ความรักของเจ้าน้อยพรหม คุ้มนครลำพูน

ตำบลหนองช้างคืน เป็นแหล่งผลิตลำใยใหญ่ที่สุดของ จังหวัดลำพูน และไม่ว่าใครจะไปจะมาแถบนี้ ยังอาจได้รับฟังเรื่องราวสุดคลาสสิคปนเศร้าจากชาวพื้นที่ เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมา ของเจ้าน้อยพรหมและสาวบัวตอง โดยปรกติเรื่องราวความรักของชาวล้านนามักเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับรักไม่สมหวัง อย่างเช่นมะเมี๊ยกับหลานเจ้าเมืองเชียงใหม่ แต่เหตุการณ์ของเจ้าน้อยพรหม เกิดขึ้นระหว่างสาวชาวบ้าน ที่บันทึกของฝรั่งบอกไว้ว่าเป็นสาวหน้าตาดีรูปร่างสมส่วน           อ้างอิงข้อมูลจาก : หนานอินทร์แปง และเว็บไซต์ www.hugchiangkham.com

Continue Reading

เรื่องเล่าวังบางขุนพรม

เรื่องของวังบางขุนพรหมที่ถามมานั้นที่จริงเคยเล่ามาบ้างแล้ว นานมาแล้ว ดูเหมือนจะอยู่ในเรื่องราวครั้งเมื่อรัฐบาลมอบให้ใช้สถานที่วังเป็น “สภาวัธนธัมแห่งชาติ” พ.ศ.๒๔๘๕        อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องวังบางขุนพรหมครั้งนี้ มิใช่เป็นการรื้อฟื้นเพื่อทวงวังบางขุนพรหมคืนแทนทายาทของพระองค์เจ้าของวัง เพราะเป็นไปไม่ได้ หากแต่เป็นการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นใน ‘เวียงวัง’ ครั้งอดีต เช่นเรื่องอื่นๆ ซึ่งหากมีข้อสันนิษฐานใดๆ ก็เป็นข้อสันนิษฐาน ของบรรดาผู้ใหญ่ในอดีต (ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวังบางขุนพรหม) ท่านตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ผู้เล่ามิได้มีความประสงค์ให้เกิดผลสะท้อนจากบทความนี้แต่อย่างใด         เรื่องราวเกี่ยวกับการที่วังบางขุนพรหมต้องตกเป็นของรัฐบาล นั้น ส่วนมากนำมาจากเรื่อง ‘วังบางขุนพรหม’ ซึ่ง คุณอาบัว ศจิเสวี เรียบเรียงขึ้นโดยได้ถวายให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง พระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทอดพระเนตรแล้ว         ผู้เล่าเรียกท่านว่าคุณอาบัว เพราะท่านเป็นเพื่อนกับคุณอาคนเล็กของผู้เล่า ซึ่งท่านเคยกรุณาอนุญาตให้นำข้อความในหนังสือของท่านมาเล่าต่อได้ เพราะเรื่องราวเหล่านี้ไม่สู้จะทราบกันแพร่หลายเท่าใดนัก         เกี่ยวกับการขอพระราชทานวังบางขุนพรหมในหนังสือเล่าเอาไว้ว่า จากคำบอกเล่าของ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ชายาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ […]

Continue Reading

ร.5 ทรงชี้ประเด็น “ฝรั่งชีวิตสบาย ยามบ่ายเอาแต่เที่ยว แต่ทำไมบ้านเมืองเจริญ?”

ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั้น พระองค์ได้ทรงประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย

Continue Reading

“ระบำหยาดฟ้า” สาวงามในพระนคร

ในช่วงทศวรรษ 2470 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเปิดฉากในเมืองไทย สถานบันเทิงที่โด่งดังที่สุดในเวลานั้นอยู่ที่ย่านเยาวราช ซึ่งแหล่งบันเทิงที่จัดแสดงการเต้นระบำแบบฝรั่งได้เลื่องลือที่สุดและผู้ชายในมหานครน่าจะรู้จักคุ้นเคยกันดี “ตึกดำรงพาณิชย์” หรือเรียกว่า ‘ตึกเจ็ดชั้น’ (มีการจัดแสดงระบำบนชั้นเจ็ด กระทั่งภายหลังเป็นที่มาของถ้อยคำว่า ‘สวรรค์ชั้นเจ็ด’) รวมถึงบนตึกของพระยาไพบูลย์สมบัติหรือเรียกว่า ‘ตึกเก้าชั้น’ ทั้งสองอาคารจัดเป็นตึกสูงที่สุดในกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว “อ่านโฆษณานี้ สาวหนุ่มจะไม่เนื้อเต้นได้อย่างไร ระบำหยาดฟ้าตึก 9 ชั้น สวยงามหรูหราที่สุด ไม่มีที่ไหนเสมอเหมือน นี่คือระบำแห่งยุคสาวสวยแห่งยุค เพลงไพเราะ บนตึกที่สูงที่สุดในกรุงสยาม” ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์พรรณนา ในช่วงเวลาดังกล่าว คณะระบำที่โด่งดังจนมีชาวต่างชาติมาทาบทามดึงตัวเข้าคณะด้วย ก็คือ คณะระบำหยาดฟ้า การแสดงระบำหยาดฟ้า จัดเป็นฉากเป็นชุด ประกอบดนตรีแจ๊ส นับว่ายอดเยี่ยมตามยุคสมัย ถ้าเป็นชุดระบำญี่ปุ่น หญิงสวยจะอ่อนพลิ้วในชุดกิโมโนและร่ม ระบำชุดที่ถูกจับตาเป็นระบำงู แต่ละโฉมนางจะอ่อนช้อยหมุนเวียนหันเหียนไปตามจังหวะดนตรีที่กระหึ่มระทึกใจ ระบำบางชุดเป็นคู่หญิงชาย ซึ่งไม่ใช่ชายจริง จึงแสดงลีลาความรักได้อย่างอ่อนโยน บทบาทความรักเคลื่อนคล้อยไปตามทำนองเพลงจังหวะสโลว์ เครื่องแต่งกายบางชุดวาบแววแพรวพรายสีสันฉูดฉาด ไม่แดงแปร๊ดก็เขียวเข้ม ระบำแคน-แคน ออกมาในจังหวะกระชากกระชั้น โดยลีลาของนักเต้นระดับดารา เธอสามารถฉีกขาสองข้างไปสุดเหวี่ยงตามจังหวะเพลง ที่สำคัญ ดารานำของคณะคือสาวสวยนามว่า  “สมิหรา”  ทุกค่ำคืนที่สมิหราเป็นดารานำระบำ จะมีลูกค้าชายหนุ่มแน่นทุกโต๊ะ […]

Continue Reading

รู้แล้วน้ำตาคลอ สมเด็จพระเทพฯ ไม่ยกเลิกพระราชทานปริญญา แม้จะทรงลื่นล้ม

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าประทับใจ หากย้อนไปเมื่อ มกราคม ปีพุทธศักราช 2558 เราต่างได้รับรู้เรื่องราวสุดปลาบปลื้มปีติต่อปวงชนชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยขณะที่เกิดเหตุนั้นยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่าข่าวดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร

Continue Reading

เผยชื่อ พิพิธภัณฑ์ ที่เก็บรักษา“ตรีศูล” ของทูลพระขวัญรัชกาลที่ ๕ ถวายพระจักรพรรดิฟรันซ์ โจเซฟ

“ตรีศูล” ของทูลพระขวัญรัชกาลที่ ๕ ถวายพระจักรพรรดิฟรันซ์ โจเซฟ แห่งออสเตรีย “ตรีศูล” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ส่งไปเป็นของทูลพระขวัญตอบแทนที่พระจักรพรรดิฟรันซ์ โจเซฟ แห่งออสเตรีย ส่งของทูลพระขวัญมาถวาย ปัจจุบันจัดแสดงที่ Weltmuseum Wien กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Paothong Thongchua เอ่ยปาก ชม ตรีศูล ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.๕) ส่งไปเป็นของทูลพระขวัญตอบแทนที่พระจักรพรรดิฟรันซ์ โจเซฟ แห่งออสเตรีย ส่งของทูลพระขวัญมาถวาย ว่า “มหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตที่ได้เห็นครับ ตรีศูลซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ส่งไปเป็นของทูลพระขวัญตอบแทนที่พระจักรพรรดิฟรันซ์ โจเซฟ ส่งของทูลพระขวัญมาถวาย ปัจจุบันจัดแสดงที่ welt museum wien” พิพิธภัณฑ์ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย “ตรีศูล ศาตราวุธของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” ตรีศูล (Trishula) ในภาษาสันสกฤตมีความหมายว่าหอกสามเล่ม จัดเป็นอาวุธที่อยู่ในประเภทหอกสามง่าม (Trident) หอกสามง่ามเป็นอาวุธที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในยุคแรก ๆ […]

Continue Reading

เปิดตำนาน “โฮปเวลล์” สู่ค่าโง่ 12,000 ล้าน

“โฮปเวลล์” เป็นโครงการสัมปทานระยะแรกๆ ของไทยที่ขาดประสบการณ์การทำสัญญาสัมปทาน ส่งผลให้เกิดช่องว่างเกิดขึ้น จนไม่สามารถบังคับให้ดำเนินการเสร็จตามสัญญา จนได้ชื่อว่าเป็นโครงการ “เสียโง่” โครงการโฮปเวลล์ หรือ โครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (อังกฤษ: Bangkok Elevated Road and Train System – BERTS) เป็นโครงการก่อสร้างถนน ทางรถไฟ และรถไฟฟ้ายกระดับ บนพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ในเครือโฮปเวลล์โฮลดิงส์ บริษัทสัญชาติฮ่องกง ของนายกอร์ดอน วู โครงการก่อสร้างประกอบด้วย โครงสร้างยกระดับทางรถไฟขึ้นไปเหนือผิวการจราจร เพื่อลดจุดตัดกับทางรถยนต์ (Grade Crossing) เพื่อลดปัญหาการให้รถยนต์ต้องหยุดรอรถไฟ ก่อสร้างคร่อมทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบัน ระยะทางทั้งสิ้น 60.1 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 80,000 ล้านบาท และให้ผลตอบแทนรายปี 30 ปี รวม 53,810 ล้านบาท โดยโฮปเวลล์จะได้รับสิทธิสร้างถนนยกระดับ เรียกเก็บค่าผ่านทาง คู่ขนานกับทางรถไฟยกระดับ และได้รับสัมปทานเดินรถบนทางรถไฟยกระดับด้วย และสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ใต้ทางรถไฟยกระดับ และอสังหาริมทรัพย์สองข้างทาง […]

Continue Reading

“นี่แหละที่อยู่ในธนบัตร” ลุงพนม เล่าอดีตวัยเด็ก เคยช่วยเข็นรถพระที่นั่ง ทั้งที่ไม่รู้ว่าคนขับคือ “ในหลวง ร๙”

หลายเรื่องราวประทับใจของผู้ถวายงานใกล้ชิดและผู้ที่เคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้ถูกนำมาเผยแพร่ลงในโลกโซเชียล ซึ่งเรื่องราวแตกต่างกันไป สำหรับเรื่องต่อไปนี้ก็เป็นอีกเรื่องประทับใจของ นายพนม ช่อจันทร์ ราษฎรบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั้นพนม ช่อจันทร์ ยังเป็นนักเรียนชั้น ป. 4 โรงเรียนบ้านเขาเต่า เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขาโดยไม่คาดฝัน เอาไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ.2501 ขณะที่กำลังเล่นสนุกกับเพื่อนอีกสองคน จู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นรถจี๊ปสีเขียวหลังคาผ้าเต็นท์คันหนึ่ง ติดหล่มอยู่ในขี้เลน มีชายคนหนึ่งขับมาคนเดียวและพยายามขับรถขึ้นจากหล่มอยู่นาน เขาและเพื่อนจึงวิ่งเข้าไปช่วยเข็น ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง กับความพยายามอยู่ร่วมชั่วโมง แถมยิ่งออกแรงเร่งเครื่องมากเท่าไหร่ ล้อรถก็ยิ่งจมเลนลึกลงไปทุกทีๆ ขณะเดียวกันชายในรถก็ได้เขียนข้อความยื่นให้กับพนมและเพื่อน เพื่อให้ไปตามคนมาช่วยเหลือ พนมและเพื่อนจึงนำกระดาษแผ่นดังกล่าวไปให้กับครูแล สังข์สุข คณุใหญ่โรงเรียนบ้านเขาเต่าในขณะนั้น จากนั้นจึงพาเพื่อนๆ กลับมาช่วยกันเข็นรถจนสามารถขึ้นมาจากขี้เลนได้ จากนั้นชายในรถก็ยื่นธนบัตรใบละ 1 บาท ให้ แล้วถามว่า “หนูเคยเห็นคนในธนบัตรไหม” พนมก็ตอบว่าผมไม่เคยเห็นครับ “แล้วเคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวไหม” พนมก็ตอบกลับไปอีกว่าไม่เคยเห็นครับ จากนั้นชายคนในรถก็ถอดหมวกแล้วบอกกับพนมว่า “นี่แหละที่อยู่ในธนบัตรล่ะ” เมื่อพนมและเพื่อนรู้ว่าคนที่คุยอยู่ตรงหน้าคือพระเจ้าอยู่หัว ก็ถึงกับนิ่งอึ้งและเข่าอ่อนลงไป ทรุดลงนั่งกลางขี้เลน พร้อมก้มกราบลงแทบพระบาท ของพระเจ้าอยู่หัว (ร๙) […]

Continue Reading

เชื่อหรือไม่ เราเคยทำพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แถวย่านศาลาแดง !

ย่านศาลาแดง เดิมทีในสมัยก่อนนั้นเคยเป็นท้องนา และ เป็นที่ทำนาหลวง เคยมีพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ.2436 ช่วงเวลาเปิดเดินรถไฟสายปากน้ำขนานมากับถนน จึงมีสร้างสถานีแรกต่อจากหัวลำโพง ตัวสถานีเป็นศาลาทาหลังคาสีแดง ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางทุ่ง จึงเรียกศาลาแดงกันตั้งแต่บัดนั้น     ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนonline, mgr online, พันทิป, วิกิพีเดีย

Continue Reading

สามัญชน “นายพุ่ม บุตรนายซุ้ย” ไปเป็น ผบ.ทหารม้าฮุสซาร์ที่โด่งดังของโลก!!

ก่อนที่คอมมิวนิสต์รัสเซียจะโค่นอำนาจพระเจ้าซาร์ลง กรมทหาม้าฮุสซาร์นับว่าเป็นกองทหารที่เข้มแข็งที่สุดของรัสเซีย มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก แต่ที่น่าทึ่งก็คือ กรมทหารม้าที่โด่งดังที่สุดของโลกนี้ กลับมีผู้บังคับกองพันเป็นคนไทย ลูกชาวบ้านตลาดพลูนี่เอง เขาผู้นี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนามของ “พุ่มสกี้” พุ่มสกี้เป็นใคร เป็นมาอย่างไร ถึงได้ไปสร้างเกียรติประวัติไว้ถึงขั้นนี้ ในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๔๐ นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงดำริว่าจะนำนักเรียนไทยไปศึกษาในประเทศต่างๆด้วย เพื่อนำความรู้มาพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญไปในแนวทางแบบอย่างอารยประเทศ นักเรียนไทยที่ตามเสด็จไปในครั้งนั้นมี ๑๙ คน เป็นพระราชวงศ์ ๕ พระองค์ อีก ๑๓ คนเป็นเด็กเส้นจากลูกหลานขุนนาง คงมีเพียงหนึ่งเดียวจากลูกชาวบ้านผ่านการสอบคัดเลือกจากนักเรียนทั่วไป หนึ่งเดียวนี้ก็คือ “นายพุ่ม บุตรนายซุ้ย” ชาวตลาดพลู นักเรียนโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ โดยได้รับคัดเลือกในปี ๒๔๓๙ เหตุที่นายพุ่มไม่มีนามสกุล ก็เพราะพระราชบัญญัตินามสกุลเพิ่งมาใช้ในปี ๒๔๕๖ สมัยรัชกาลที่ ๖ นักเรียนไทยทั้ง ๑๙ คนนี้ จะต้องกระจายเรียนตามประเทศต่างๆในยุโรป ทรงกำหนดให้ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ เข้าเรียนการทหารที่ประเทศรัสเซีย และจะต้องคัดเลือกนักเรียนไทยอีกคนหนึ่งจากสามัญชนให้ไปร่วมเรียนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้เกิดการแข่งขัน ทำให้พระเจ้าลูกยาเธอมีขัตติยะมานะไม่ยอมแพ้นักเรียนผู้นั้น การคัดเลือกนักเรียนที่จะไปเป็นคู่แข่งกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯครั้งนี้ มีขั้นตอนวิธีการพิถีพิถันอย่างยิ่ง […]

Continue Reading